Categories
BLOG

ปลา 5 ชนิดที่อร่อยสุดๆ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงญี่ปุ่น

ในฤดูใบไม้ร่วงนอกจากผลผลิตทางการเกษตร เช่น ลูกพลับ ลูกแพร์ เห็ด มันเทศ และเกาลัดจะอร่อยแล้ว ก็ยังมีปลาต่างๆ ที่มีรสชาติอร่อยมาก มารู้จักปลาที่คนญี่ปุ่นบอกว่าอร่อยมากๆ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงกันนะคะ

ปลาอะจิ (鯵, アジ)

ปลาอะจิหรือปลาทูแขก เป็นหนึ่งในปลาตระกูลหางแข็งที่มีขายอยู่ตลอดทั้งปีในราคาที่ถูก โดยชื่ออะจิแปลว่ารสชาติอร่อย ปลาชนิดนี้อุดมไปด้วยกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว EPA และ DHA ซึ่งอร่อยมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

คนญี่ปุ่นนิยมนำปลาอะจิมารับประทานโดยนำมาย่าง เป็นซาชิมิ ปลาเค็มแดดเดียว และนำมาชุปแป้งทอด

ปลาซัมมะ (秋刀魚, サンマ)

ปลาซัมมะเป็นปลาที่มีรสชาติอร่อยที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในช่วงประมาณเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน ปลาซัมมะมีรูปร่างคล้ายดาบ และชื่อคันจิของปลาชนิดนี้ก็มีความหมายว่าดาบที่สามารถหาได้ในฤดูใบไม้ร่วง เนื้อปลาชนิดนี้อุดมไปด้วยโปรตีน กรดไขมันไม่อิ่มตัว DHA และ EPA แคลเซียม และวิตามิน A

คนญี่ปุ่นนิยมนำปลาซัมมะมาย่างเกลือและรับประทานกับหัวไชเท้าขูด

ปลาคัตสึโอะ (鰹, カツオ)

ปลาคัตสึโอะเป็นปลาเนื้อสีน้ำเงินที่จับได้เยอะในช่วงสองฤดูกาลคือ ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ในฤดูใบไม้ร่วงปลาจะมีขนาดใหญ่และสะสมไขมันไว้ในเนื้อเยอะ จึงมีรสชาติอร่อยกว่าปลาคัตสึโอะในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เนื้อปลาคัตสึโอะอุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินบี 5 หรือกรดแพนโทเทนิก (Pantothenic acid) และวิตามินบี 12 ซึ่งช่วยผ่อนคลายความเครียดและป้องกันความเหนื่อยล้าจากการทำงานและความร้อน

วิธีการนำปลาคัตสึโอะมารับประทานมีทั้งในรูปแบบปลาดิบและแบบกึ่งดิบกึ่งสุกเรียกว่า ทาทากิ ซึ่งทำได้โดยการนำชิ้นปลาคัตสึโอะมาย่างด้วยความร้อนสูงเฉพาะบริเวณผิวด้านนอก ความร้อนที่สูงจะทำให้เนื้อปลาด้านนอกเกรียมเล็กน้อยแต่ด้านในเนื้อปลาจะยังคงดิบ จากนั้นนำปลามาหั่นและรับประทานกับซอสเปรี้ยว โรยด้วยต้นหอมหั่นและผักสมุนไพรที่ให้ความสดชื่น ได้แก่ ใบโอบะและเมียวกะหั่นฝอยลงไป

ปลามากุโระ (鮪, マグロ)

ปลามากุโระเป็นปลายอดนิยมของคนญี่ปุ่นที่อร่อยมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ปลามากุโระอุดมไปด้วยกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว DHA และ EPA ธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 วิตามินบี 6 และโพแทสเซียม

 

คนญี่ปุ่นนำปลามากุโระมารับประทานเป็นซาชิมิและซูชิ โดยแบ่งแยกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นเนื้อแดงหรืออาคามิ (赤身) ซึ่งเป็นเนื้อที่มีสีแดงสด เนื้อสัมผัสแน่น มีแคลอรี่ต่ำแต่มีโปรตีนสูง ส่วนชูโทโร่ (中トロ) ซึ่งเป็นเนื้อติดไขมันปานกลางจากบริเวณส่วนท้องและส่วนหลังของตัวปลา เนื้อส่วนนี้จะมีไขมันปลาที่ละลายในปากและมีความหวานนุ่ม และส่วนโอโทโร่ (大トロ) ซึ่งเป็นเนื้อติดไขมันส่วนท้อง มีรสสัมผัสเนียนนุ่มละลายในปากและมีรสชาติที่หวานละมุน นอกจากรับประทานเป็นซาชิมิแล้วคนญี่ปุ่นยังนิยมนำปลามากุโระมารับประทานโดยการนำมาทอดเป็นคาราอะเกะด้วย

ปลาอะยุ (鮎, アユ)

ปลาอะยุ เป็นปลาที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบมากเพราะมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่หวานนุ่มอร่อย มีกลิ่นหอมอ่อนคล้ายกลิ่นแตงโมหรือแตงกวา ในอดีตคนญี่ปุ่นจะรับประทานปลาอะยุในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น เพราะในฤดูใบไม้ร่วงปลาอะยุจะวางไข่และแพร่พันธุ์ ซึ่งสมัยนั้นมีกฎห้ามจับปลาในช่วงที่ปลาอะยุมีไข่ แต่ปัจจุบันนี้สามารถเพาะเลี้ยงปลาอะยุได้สำเร็จแล้ว ปลาอะยุมีไข่จะมีรสชาติอร่อยมากจากเนื้อปลาและไข่ที่เต็มท้อง นอกจากความอร่อยแล้วปลาอะยุยังมีปริมาณแคลเซียมสูงกว่าปลาซาร์ดีนถึงสามเท่า และอุดมไปด้วยวิตามิน D กรดไขมันโอเมก้า 3 วิตามิน A และวิตามิน E ที่สูงมากกว่าปลาชนิดอื่นๆ

วิธีการนำปลาอะยุมารับประทานคือการนำมาย่างเกลือและทอดเทมปุระ    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

ได้รู้จักปลาที่อร่อยในช่วงฤดูใบไม้ร่วงแล้ว รอไวรัสโควิด-19 หมดและหากมาเยือนญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ร่วงก็อย่าพลาดชิมปลาเหล่านี้ดูนะคะ

Categories
BLOG

แฟนสตาร์บัคส์ห้ามพลาด! 3 เครื่องดื่มใหม่เฉพาะวาเลนไทน์นี้ที่ญี่ปุ่น

สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ เจแปนออกเครื่องดื่มใหม่ 3 รสชาติเฉพาะวันวาเลนไทน์นี้ ได้แก่ “Melty Nama Chocolate Frappuccino” (メルティ生チョコレートフラペチーノ) “Melty Nama Chocolate Mocha” (メルティ生チョコレートモカ) และ “Chocolate on the Chocolate Frappuccino” (チョコレート・オン・ザ・チョコレートフラペチーノ) เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม จุดเด่นอยู่ที่เนื้อสัมผัสแสนละมุนลิ้นของช็อกโกแลต เหมาะเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์สุดๆ!

Melty Nama Chocolate Frappuccino (メルティ生チョコレートフラペチーノ)

 

เริ่มจากเมนูแรก “Melty Nama Chocolate Frappuccino” เป็นแฟรบปูชิโน่ผสมซอสนามะช็อกโกแลตหวานละมุ่นลิ้นและช็อกโกแลตคิวบ์ก้อนจิ๋วเพื่อเพิ่มรสสัมผัส ด้านบนท็อปปิ้งด้วยวิปครีมราดซอสนามะช็อกโกแลตและเกร็ดนำ้ตาลรูปหัวใจสีแดง ได้รสช็อกโกแลตเต็มๆ ตั้งแต่คำแรกที่ได้ทาน สายหวานพลาดไม่ได้เลยนะคะ! เมนูนี้มีไซส์เดียวคือ Tall 590 เยน (ประมาณ 168 บาท)

Melty Raw Chocolate Mocha (メルティ生チョコレートモカ)

เมนูต่อมาคือ “Melty Nama Chocolate Mocha” เป็นเอสเพรสโซร้อนผสมน้ำเชื่อมช็อกโกแลตเข้มข้นและนมสด ท็อปปิ้งด้วยวิปครีมราดซอสช็อกโกแลตและช็อกโกแลตคิวบ์ก้อนจิ๋ว ความขมของเอสเปรสโซเข้ากับความหวานจากซอสช็อกโกแลตและช็อกโกแลตก้อนจิ๋วที่ค่อยๆ ละลาย ส่วนตัววิปครีมเนียนนุ่มที่ช่วยเบรกความขมได้เป็นอย่างดี อร่อยลงตัวมากๆ ถ้าได้ลองดื่มรับรองว่าอุ่นไปถึงหัวใจเลยค่ะ เมนูนี้มีเฉพาะแบบร้อนเท่านั้นนะคะ ราคา Short 450 เยน (ประมาณ 128 บาท), Tall 490 เยน (ประมาณ 140 บาท), Grande 530 เยน (ประมาณ 151 บาท) และ Venti 570 เยน (ประมาณ 162 บาท)

Chocolate on the Chocolate Frappuccino (チョコレート・オン・ザ・チョコレートフラペチーノ)

เมนูสุดท้ายก็คือ “Chocolate on the Chocolate Frappuccino” เป็นเครื่องดื่มที่สามารถเพลิดเพลินไปกับความอร่อยของช็อกโกแลตแบบเน้นๆ โดยนำครัมบ์รสช็อกโกแลต บิสกิตโกโก้กรุบกรอบ และช็อกโกแลตคิวบ์ก้อนจิ๋วลงไปปั่นเป็นแฟรบปูชิโน่ ยังค่ะยังไม่พอ! พี่เค้ายังเอามาใส่ท็อปปิ้งด้านบนอีก! เพื่อให้รสชาติความเข้มข้นของช็อกโกแลตแบบเต็มๆ สายช็อกโกแลตต้องโดนนะคะเมนูนี้! สำหรับเมนูนี้มีไซส์เดียวคือ Tall 620 เยน (ประมาณ 177 บาท)

นอกจากเมนูเครื่องดื่มพิเศษสำหรับวันวาเลนไทน์ที่นำมาแนะนำในครั้งนี้แล้ว ยังจำหน่ายเมนูเบเกอรี่พิเศษอย่าง “Classic Chocolate Cake” 440 เยน (ประมาณ 125 บาท) และ “Ruby Chocolate Cake” 540 เยน (ประมาณ 154 บาท) อีกด้วย ผู้อ่านคนไหนที่อยู่ญี่ปุ่น วาเลนไทน์นี้มาส่งมอบความรู้สึกดีๆ ผ่านสตาร์บัคส์ดูมั้ยคะ?      สล็อตเว็บตรง

 

Categories
BLOG

เคล็ดลับการทำแกงกะหรี่ญี่ปุ่นให้หอมอร่อยไม่แพ้ร้านอาหาร

แม้จะมีก้อนแกงกะหรี่สำเร็จรูปที่ใครๆ ก็สามารถทำแกงกะหรี่ญี่ปุ่นรับประทานได้เองที่บ้าน แต่การปรุงรสให้อร่อยไม่แพ้ร้านอาหารนั้นก็ต้องการเคล็ดลับเหมือนกัน มารู้เคล็ดลับที่จะทำให้แกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่ปรุงเองหอมอร่อยมากแบบร้านอาหารในญี่ปุ่นกันนะคะ

เคล็ดลับการทำแกงกะหรี่ญี่ปุ่นให้หอมอร่อย

ผัดหอมใหญ่ให้เป็นสีน้ำตาลอ่อน

การผัดหอมใหญ่หั่นบางหรือละเอียดจนเป็นสีน้ำตาลอ่อนจะเพิ่มรสหวานและทำให้แกงกะหรี่เข้มข้น อย่างไรก็ดี มีข้อควรระวังคืออย่าผัดจนหอมไหม้ วิธีการผัดง่ายๆ คือ ผัดด้วยไฟแรงในตอนแรกแล้วจึงเปลี่ยนเป็นไฟอ่อนเมื่อหอมเริ่มมีสีน้ำตาล จากนั้นเติมเนื้อสัตว์ลงไปผัดคลุกเคล้ากัน ทั้งนี้หากเติมกระเทียมขูดลงไปผัดกับหอมด้วยจะยิ่งเพิ่มความหอมให้แก่แกงกะหรี่มากยิ่งขึ้น

เติมสาเกปรุงอาหารญี่ปุ่นหรือเบียร์ลงไปต้มร่วมกับเนื้อสัตว์

การใส่สาเกปรุงอาหารหรือเบียร์ลงไปในปริมาณ 1/10 ของน้ำที่ใช้ต้มส่วนผสมจะช่วยทำให้เนื้อนุ่ม อีกทั้งรสหวานของสาเกหรือรสขมของเบียร์จะทำให้รสชาติของแกงกะหรี่เข้มข้นอร่อยมากขึ้น

เติมใบเบย์หรือใบกระวานลงไป

ใบเบย์หรือใบกระวานเป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมสดชื่นและมีรสขมเล็กน้อย การเติมใบเบย์ประมาณ 2 ใบลงไปในขณะที่ต้มส่วนผสม นอกจากจะช่วยขจัดกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์แล้ว ก็ยังทำให้แกงกะหรี่มีกลิ่นหอมและมีรสชาติอร่อยขึ้นด้วย

ช้อนฟองออกจากน้ำซุป

ในระหว่างการต้มส่วนผสมมักจะมีฟองจากคราบไขมัน โปรตีน หรือสิ่งสกปรกที่ติดมากับเนื้อสัตว์ลอยขึ้นมา ซึ่งจะมีกลิ่นที่ไปรบกวนรสชาติอร่อยของแกงกะหรี่ การหมั่นช้อนเอาฟองที่เกิดขึ้นในระหว่างการต้มส่วนผสมทิ้ง จะทำให้ได้แกงกะหรี่ที่มีกลิ่นหอมชวนให้รู้สึกหิว

สูตรลับเพื่อเพิ่มความอร่อยให้แก่แกงกะหรี่

นอกจากวิธีการปรุงแล้วก็ยังมีสูตรลับที่จะเพิ่มความอร่อยให้กับแกงกะหรี่ได้โดยการเติมสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้

วูสเตอร์ซอส (Worcestershire sauce)

วูสเตอร์ซอสเป็นซอสเข้มข้นที่ได้จากการเคี่ยวส่วนผสมของผักและผลไม้กับเครื่องเทศ ซอสชนิดนี้จะช่วยเพิ่มรสอูมามิและทำให้แกงกะหรี่มีรสชาติเข้มข้น แต่ไม่ควรจะเติมซอสลงไปในปริมาณที่มากเกินไปเพราะจะไปทำลายรสชาติของแกงกะหรี่ได้ ปริมาณที่แนะนำให้ใช้ คือ 1-2 ช้อนชา และเติมลงไปหลังจากที่เครื่องแกงกะหรี่ก้อนละลายเข้ากันเป็นเนื้อเดียวแล้ว

น้ำตาลหรือน้ำผึ้ง

การเติมน้ำตาลหรือน้ำผึ้งลงในแกงกะหรี่จะทำให้ได้แกงที่มีรสชาติอร่อยขึ้นจากรสหวานที่ตัดกับเครื่องเทศรสเผ็ด  ทั้งนี้เวลาการเติมน้ำตาลหรือน้ำผึ้งลงไปนั้น ควรเติมไปพร้อมกับการเติมเครื่องแกงกะหรี่ก้อน  สล็อตเว็บตรง

กาแฟผงสำเร็จรูป

กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของกาแฟจะไปเสริมกลิ่นหอมของเครื่องเทศ และรสขมจากกาแฟจะไปเพิ่มรสชาติลุ่มลึกและเข้มข้นให้แกงกะหรี่ โดยปริมาณที่แนะนำให้ใช้คือ 2-3 ช้อนชา และเติมลงไปหลังจากที่เครื่องแกงก้อนละลายเข้ากันเป็นเนื้อเดียวแล้ว

 

แม้จะทำแกงกะหรี่ได้ง่ายจากวิธีการทำที่ละเอียดเขียนอยู่ที่กล่องบรรจุภัณฑ์ก้อนแกงกะหรี่สำเร็จรูป แต่ผู้เขียนพบว่าวิธีดังข้างต้นทำให้ได้แกงกะหรี่ที่หอมอร่อยไม่แพ้ร้านอาหารเลย มีเวลาลองทำดูนะคะ

Categories
BLOG

จัดอันดับ กับข้าวในเบนโตะที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบ จนเห็นแล้วต้องว้าว!

ข้าวกล่องหรือเบนโตะ เป็นอาหารที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมาทานเป็นมื้อเที่ยงไม่ว่าจะเด็กนักเรียนหรือพนักงานบริษัท มีทั้งที่นำมาเองจากบ้านและจำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อ แต่สำหรับใครที่นำเบนโตะมาจากบ้านโดยที่ไม่ได้ทำอาหารเอง สิ่งที่น่าตื่นเต้นในการทานเบนโตะก็คือลุ้นว่าวันนี้คุณแม่หรือคุณภรรยาจะทำเมนูอะไรให้ทาน จะเป็นของที่ชอบหรือเปล่านะ..? วันนี้เราจะมาดูการจัดอันดับว่ากับข้าวหรือเครื่องเคียงแบบไหนที่หากใส่ในเบนโตะแล้วจะรู้สึกตื่นเต้นคึกคักอยากทานทันที!

อันดับ 3 กุ้งทอด

เริ่มที่อันดับ 3 กันก่อน นั่นคือกุ้งทอด หรือภาษาญี่ปุ่นจะเรียกทับศัพท์จากภาษาอังกฤษว่า เอบิฟราย (エビフライ) บางคนอาจจะนึกว่าเป็นกุ้งเทมปุระหรือเปล่า แต่จริง ๆ แล้ว 2 เมนูนี้ต่างกันค่ะ เอบิฟรายจะเป็นกุ้งทอดสไตล์ฝรั่ง เริ่มด้วยการแกะเปลือกกุ้ง ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย แล้วนำไปคลุกแป้ง ชุบไข่ คลุกเกล็ดขนมปัง และนำไปทอด ส่วนกุ้งเทมปุระจะเป็นกุ้งทอดสไตล์ญี่ปุ่น จะไม่มีการปรุงรสกุ้ง นำไปคลุกแป้งและชุบไข่เท่านั้น และนำไปทอด ซึ่งดูเหมือนว่าเอบิฟรายน่าจะทานกับข้าวได้อร่อยกว่า ทำให้ได้ถึงอันดับ 3 ไปเลย

อันดับ 2 ไข่ม้วน

อันดับ 2 เป็นของ ทามาโกะยากิ (卵焼) หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่าไข่ม้วน เป็นเครื่องเคียงที่ญี่ปุ๊นญี่ปุ่นสุด ๆ เนื้อไข่นุ่ม ๆ รสชาติเบา ๆ เหมาะจะทานคู่กับอาหารรสจัด ทานแล้วไม่หนักท้อง แถมยังทำให้เบนโตะมีสีสันสวยงาม วิธีทำคือใส่โชยุและน้ำตาล แล้วเจียวไข่ให้เข้ากัน เมื่อน้ำมันร้อนแล้วค่อยใส่ไข่ลงไปประมาณ 1 ส่วน 3 ของไข่ทั้งหมด เมื่อสุกแล้วก็ค่อย ๆ ม้วนเข้าหาตัว แล้วทำซ้ำอีก 2 ครั้งจนไข่หมด

อันดับ 1 ไก่คาราอาเกะ

อันดับ 1 ที่ครองใจคนรักเบนโตะนั่นก็คือไก่คาราอาเกะ กับข้าวที่แทบไม่ต้องมีเครื่องเคียงอื่นก็อร่อยได้ง่าย ๆ หั่นไก่เป็นชิ้นพอดีคำ หมักกับโชยุ มิริน กระเทียม ขิง ฯ ใช้เวลาหมักให้เข้าเนื้อตามใจชอบ แล้วนำมาคลุกแป้งมันหรือแป้งสาลี และนำไปทอดน้ำมันอุณหภูมิ 170 องศา คิดว่าไก่คาราอาเกะก็น่าจะเป็นเมนูโปรดของคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่นเช่นกัน ใช่มั้ยคะ

อันดับที่ 4 – 20 มีดังนี้ค่ะ

 

อันดับ 4 : แฮมเบิร์ก
อันดับ 5 : ไส้กรอกเวียนนา
อันดับ 6 : หมูทอดทงคัตสึ
อันดับ 7 : หมูผัดขิง
อันดับ 8 : กุ้งราดซอสพริก
อันดับ 9 : โรสบีฟ
อันดับ 10 : หน่อไม้ฝรั่งพันเบคอน

หมูผัดขิง กุ้งราดซอสพริก โรสบีฟ หน่อไม้ฝรั่งพันเบคอน

อันดับ 11 : มีทบอล
อันดับ 12 : ปลาทอด (ปลาเนื้อขาว เช่น ปลาไท ปลาฮิราเมะ ปลาทาระ)
อันดับ 13 : กราแตง
อันดับ 14 : พริกหยวกยัดไส้
อันดับ 15 : คร็อกเก้
อันดับ 16 : ไก่ทอดคัตสึ
อันดับ 17 : ไก่บด
อันดับ 18 : ปลาย่าง
อันดับ 19 (คะแนนเท่ากัน) : สปาเก็ตตี้, ปอเปี๊ยะทอด

กราแตง พริกหยวกยัดไส้ ไก่บด ปอเปี๊ยะทอด

จัดให้ถึง 20 อันดับเลยนะคะ เผื่อใครที่ work from home เบื่อ ๆ แล้วอยากทำเบนโตะอาหารญี่ปุ่นทานเอง ก็ลองทำตามเมนูเหล่านี้ได้เลย ^^      สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

คิดถึงฮอกไกโด ก็มาชิม “บุตะด้ง” เมนูเด็ดจากฮอกไกโดกันก่อนนะ

ถ้าพูดถึงอาหารของจังหวัดฮอกไกโด คาดว่าหลายๆ คนน่าจะนึกถึงอาหารทะเลหรือเนื้อย่างเจงกิสข่าน (เนื้อแกะย่าง) กันใช่ไหมคะ แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วฮอกไกโดมีเมนูเด็ดอีกอย่างที่พลาดไม่ได้เลย นั่นคือ “บุตะด้ง” (豚丼) หรือข้าวหน้าหมูนั่นเอง

หนึ่งในแหล่ง “บุตะด้ง” แสนอร่อยนี้อยู่ที่เมืองโทคาจิ (十勝) ในฮอกไกโด ซึ่งเป็นเมืองที่อุดมไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และสามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดูกาล ทั้งดอกไม้สวยๆ ที่บานเต็มที่ในฤดูใบไม้ผลิ เทศกาลดอกไม้ไฟริมแม่น้ำสุดอลังการในฤดูร้อน ใบไม้แดงละลานตาในฤดูใบไม้ร่วง และแหล่งน้ำแร่ออนเซ็นที่สามารถไปพักผ่อนหย่อนใจในฤดูหนาว ทำให้โทคาจิเป็นอีกจุดหมายหนึ่งที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเลยทีเดียว

tokachi

tokachi

นอกจากเป็นเมืองท่องเที่ยวแล้ว โทคาจิยังขึ้นชื่อเรื่องเกษตรกรรม เพราะเป็นแหล่งผลิตสินค้าทางการเกษตรมากมาย ทั้งถั่วเหลือง ข้าวสาลี มันฝรั่ง และยังเป็นพื้นที่ทำปศุสัตว์หลักของจังหวัดอีกด้วย

“บุตะด้ง” เมนูเด็ดจากเมืองโทคาจิ

บุตะด้ง เมนูเด็ดจากเมืองโทคาจิ ฮอกไกโด

เนื่องจากโทคาจิโดดเด่นเรื่องเกษตรกรรมและการทำปศุสัตว์ โดยว่ากันว่าเริ่มมีการทำฟาร์มเลี้ยงหมูกันแบบจริงจังมาตั้งแต่ยุคเมจิ (ประมาณปี ค.ศ. 1868 – 1912) เนื้อหมูที่ได้จากฟาร์มในโทคาจิจึงเป็นเนื้อที่มีคุณภาพดีมาก ทำให้หนึ่งในเมนูดังของเมืองนี้คือ “บุตะด้ง” หรือเข้าหน้าหมูย่างถ่านหมักซอสสูตรพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ลิ้มรสบุตะด้งฉบับฮอกไกโดแท้ๆ ที่ Hokkaido Butadon Tokachi

สำหรับใครที่อยากลองชิมว่า “บุตะด้ง” จากโทคาจินั้นเด็ดขนาดไหน ก็สามารถไปลิ้มลองสูตรต้นตำรับได้ในไทยแล้วนะคะ เพราะที่กรุงเทพฯ มีร้านที่เสิร์ฟบุตะด้งแบบเดียวกันกับที่เมืองโทคาจิ ราวกับส่งตรงมาจากฮอกไกโดเลย

ร้านที่ว่ามีชื่อว่า “Hokkaido Butadon Tokachi” (北海道豚丼とかち) ร้านเก่าแก่ที่เปิดทำการในไทยมาหลายปี จนตอนนี้มีถึง 5 สาขาเลยทีเดียว

 

เจ้าของผู้ก่อตั้งร้านนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากตอนไปเที่ยวที่ฮอกไกโดและได้ลองชิมบุตะด้งแล้วติดใจความนุ่มละมุนลิ้นของเนื้อหมู และซอสหอมๆ ที่ใช้ในการหมัก จนทำให้นึกอยากเปิดร้านอาหารให้คนไทยได้ลองชิมเมนูเด็ดนี้บ้าง

 

จุดเด่นของร้าน Hokkaido Butadon Tokachi คือเจ้าของร้านได้คัดสรรวัตถุดิบอย่างดีส่งตรงจากฮอกไกโด แม้กระทั่งซอสที่ใช้หมักหมูก็สั่งจากผู้ผลิตในฮอกไกโดโดยตรง เพื่อให้คงรสชาติความอร่อยแบบต้นตำรับไว้ให้ได้มากที่สุด

 

 

นอกจากเมนูบุตะด้งสูตรต้นตำรับแล้ว ทางร้านยังสร้างสรรค์เมนูสุดครีเอทให้คนไทยลองกัน อย่างบุตะด้งหน้าชีสเยิ้มๆ หรือบุตะด้งชามยักษ์ที่สามารถสั่งมาแบ่งกับแก๊งเพื่อนๆ (คนเดียวน่าจะกินทั้งชามไม่ไหว)

 

บุตะด้งชามยักษ์

มาถึงตอนนี้ร้าน Hokkaido Butadon Tokachi เปิดร้านมาเกินกว่า 10 ปีแล้ว และได้รับความนิยมขนาดมีเซเลปคนดังแวะเวียนมาชิมกันหลายคน    สล็อตเว็บตรง

คุณป้อง ณวัฒน์ ดารานักแสดงชื่อดังก็แวะมาชิมบุตะด้งที่ร้าน

ทางร้านมีการขยายสาขาเพิ่มมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีทั้งหมด 5 สาขา ได้แก่

สาขาสีลม (ITF Tower)
8 4-5 ซอยทานตะวัน แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทร 062-669-9626
เวลาทำการ ทุกวัน เวลา 11.00 – 15.00 น. และ 17.00 – 21.30 น.

สาขาสาทรซอย 2
14/5 ถ. สาทรเหนือ แขวง สีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทร 084-663-2289
เวลาทำการ ทุกวัน เวลา 11.00 – 14.30 น. และ 17.00 – 22.00 น.

สาขาอโศก (อาคาร Singha Complex)
ชั้น 2 อาคาร Singha Complex 1788 ถนน เพชรบุรีตัดใหม่ แขวง บางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
โทร 090-636-3959
เวลาทำการ ทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 น.

สาขาช่องนนทรี
195 ถนน นราธิวาสราชนครินทร์ แขวง ยานนาวา เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120
โทร 082-442-4415
เวลาทำการ จันทร์ – ศุกร์ เวลา 10.00 – 21.00 น.

สาขาลาดพร้าว (Sun Plaza)
200 6 ถนน วิภาวดีรังสิต แขวง จอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร 084-5549456
เวลาทำการ จันทร์ – ศุกร์ เวลา 10.00 – 21.30 น.

ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่นก็กินของอร่อยแบบต้นตำรับได้ ใครที่อยากลอง “บุตะด้ง” สูตรโทคาจิจากฮอกไกโด อยู่ใกล้สาขาไหนก็ปักหมุดแล้วตามไปชิมกันได้เลยนะคะ

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในฮอกไกโด
Hokkaido Government Representative Office – ภาษาไทย

Categories
BLOG

ไม่ไปไม่ได้แล้ว!! 27 ที่เที่ยวในโอกินาว่าที่ได้ Michelin Star [ตอนที่ 3]

โอกินาว่าเป็นจังหวัดที่สวยงาม มีเสน่ห์ และเปี่ยมด้วยวัฒนธรรมมากมาย ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับ Michelin Star และได้เข้าไปอยู่ใน Michelin Green Guide หนังสือเที่ยวญี่ปุ่นของมิชลินรวมทั้งหมด 27 แห่งด้วยกัน! สุดยอดมาก ๆ เลยล่ะค่ะ!!

วันนี้ ANNGLE ก็เลยจะมาแนะนำที่เที่ยวทั้ง 27 แห่งของโอกินาว่าที่ได้ดาวจากมิชลินให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันค่ะ แต่ก่อนอื่น สำหรับใครที่สงสัยว่า Michelin Green Guide คืออะไร และมีเกณฑ์การคัดเลือกยังไงบ้าง เรามาทำความรู้จักกับไกด์บุ๊คนี้กันสักนิดดีกว่า

Michelin Green Guide คืออะไร?

Michelin Green Guide คือหนังสือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่จัดทำโดยบริษัทมิชลิน ผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของโลก นำเสนอเสน่ห์และข้อมูลที่น่าสนใจของสถานที่ต่าง ๆ จากทั่วโลก เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความเข้าใจ แล้วก็สนุกมากขึ้นไปด้วย โดยแบ่งระดับออกเป็น 3 ดาว ด้วยกัน ได้แก่

☆☆☆ ควรค่าแก่การไปเที่ยวอย่างยิ่ง

☆☆ คู่ควรที่จะแวะไปเที่ยว

☆ น่าสนใจอย่างมาก

เกณฑ์การคัดเลือกสถานที่ที่จะได้ Michelin Star มีดังต่อไปนี้

  1. ความประทับใจแรกของนักท่องเที่ยวเมื่อได้ไปเยือนสถานที่นั้น
  2. ชื่อเสียงของสถานที่นั้น
  3. ความมั่งคั่งของวัฒนธรรม, สามารถไปพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่ม
  4. เป็นมรดกโลกของยูเนสโก้หรือคู่ควร
  5. มีศิลปะหรือชิ้นงานศิลปะเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์
  6. มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม
  7. เสน่ห์และความกลมกลืนของสถานที่นั้นจริง ๆ โดยไม่ได้ถูกทำขึ้นมา
  8. ความสะดวกสบายในการไปเที่ยว (สิ่งอำนวยความสะดวก, การเดินทาง, การบริหารจัดการ เป็นต้น)
  9. ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยว

ประเทศญี่ปุ่นได้มีการจัดทำ Michelin Green Guide Japon ขึ้นในปี 2009 ซึ่งในบรรดาที่เที่ยวทั้ง 27 แห่งของโอกินาว่านี้ หนึ่งในนั้นมีสถานที่ที่ได้ 3 ดาวจากมิชลินด้วยค่ะ มาถึงตอนที่ 3 กันแล้ว มีแต่ที่เที่ยวห้ามพลาดระดับท็อปทั้งนั้น ไปดูกันเลย!

☆☆ 2 ดาว

19. เกาะทาเคโตมิ (竹富島)

ishigaki_173

เกาะทาเคโตมิสามารถเดินทางจากเกาะอิชิงากิโดยเรือด่วนใช้เวลาเพียง 10 นาที เป็นเกาะที่มีทัศนียภาพของโอกินาว่าตั้งแต่สมัยก่อนหลงเหลืออยู่ และเป็นหนึ่งในสถานที่ไม่กี่แห่งที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับวิถีแท้ ๆ ของโอกินาว่า

20. เกาะอิริโอโมเตะ (西表島)

เกาะอิริโอโมเตะมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการพายเลยแคนู นั่งเรือ Jungle Cruise ไปจนถึงดำน้ำดูปลาด้วยสนอร์เกิล นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมท้าทายอย่าง Canyoning ที่ให้เรากระโดดสไลด์ไปตามช่องแคบตามหุบเขาและน้ำตก เรียกได้ว่าใครเป็นสายแอดเวนเจอร์ต้องมาที่เกาะนี้ก่อนเลย

21. Manta Scramble (เกาะอิชิงากิ) (マンタスクランブル (石垣島))

นักดำนำ้คงจะต้องเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างกับ Manta Scramble หรือการดำน้ำดูฝูงกระเบนแมนตา จุดดำน้ำดูกระเบนที่เกาะอิชิงากิที่เรียกว่า Kabiraishizaki Manta Scramble นั้นเป็นจุดที่มีโอกาสเห็นกระเบนได้มากถึงขนาดที่ว่าถ้าไปแล้วยังไงก็ได้เจอแน่ ๆ!

22. เกาะอิชิงากิ (石垣島)

เกาะอิชิงากิเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากเกาะอิริโอโมเตะและเกาะหลักโอกินาว่า เต็มไปด้วยจุดชมวิวสวย ๆ มากมาย จึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะถ้ำฮิราคุโบซากิที่สามารถมองเป็นวิวของประภาคารสีขาวกับน้ำทะเลสรมรกตเป็นฉากหลังสวยงาม

23. เกาะซามามิ (座間味島)

เกาะซามามิเป็นเกาะหนึ่งในหมู่เกาะเคระมะของโอกินาว่า ขึ้นชื่อเรื่องชายหาดสวย เช่น หาดฟุรุซามามิ และ หาดอามะ จึงเป็นอีกจุดมุ่งหมายหนึ่งของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ในฤดูหนาวยังมีกิจกรรมดูวาฬด้วย

24. ชายหาดฟุรุซามามิ (古座間味ビーチ)

 

ชายหาดฟุรุซามามิแสนสวย นอกจากจะลงไปเล่นน้ำทะเลได้แล้ว ยังดำน้ำหรือสนอร์เกิลได้อีกด้วย เพราะมีจุดเด่นตรงที่น้ำทะเลมีความโปร่งใสสูง แถมยังมีปะการังและปลามากมาย ความลงตัวของท้องฟ้า น้ำทะเล และหาดทรายสีขาวทำให้ชายหาดนี้เปรียบได้กับตัวแทนหาดสวยของโอกินาว่าเลยก็ว่าได้

25. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ (沖縄美ら海水族館)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ในแต่ละปีมีผู้คนแวะเวียนมาไม่ต่ำกว่า 2,000,000 คน ไฮไลท์ของที่นี่คือตู้ปลาขนาดยักษ์ที่มีฉลามวาฬตัวใหญ่แหวกว่ายอยู่ หาดูจากที่อื่นไม่ได้ง่าย ๆ เลยนะ

26. สวนสันติภาพไคโยฮาคุ (海洋博記念公園)

สวนสันติภาพไคโยฮาคุถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1975 เป็นสวนที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ อย่างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ และที่โชว์การแสดงโลมา เป็นต้น

☆☆☆ 3 ดาว

27. อ่าวคาบิระ (川平湾)

มาถึงระดับ 3 ดาวเพียงหนึ่งเดียวของเราแล้วค่ะ อ่าวคาบิระเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเกาะอิชิงากิ คือถ้าพูดถึงเกาะอิชิงากิแล้วก็ต้องนึกถึงอ่าวคาบิระก่อนเป็นอย่างแรก สีของน้ำในอ่าวจะเปลี่ยนไปตามแสงที่ส่องกระทบ ทำให้ที่นี่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในวิวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นด้วย ถึงจะไม่สามารถลงไปเล่นน้ำได้ แต่ว่าก็มีเรือพื้นกระจกให้ได้ชมความงามของปะการังและฝูงปลาใต้ผืนน้ำแทนค่ะ

ใครกำลังวางแผนไปเที่ยวโอกินาว่า ลองเลือกสถานที่ท่องเที่ยวเด็ด ๆ ที่ผ่านการการันตีโดยมิชลินดูไหมคะ รับรองว่าไม่ผิดหวัง  สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสกับตลาดคริสต์มาส 12 แห่งที่ญี่ปุ่น (ตอนที่ 2)

คราวที่แล้วเราก็ได้แนะนำตลาดคริสต์มาสไปบางส่วนแล้วนะคะ ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสกับตลาดคริสต์มาส 12 แห่งที่ญี่ปุ่น (ตอนที่ 1) อีก 6 แห่งที่เหลือจะมีที่ไหนกันบ้างอย่ารอช้าไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

Centrair Christmas Market 2019 (จ.ไอจิ)

คริสต์มาสอีฟของยุโรปจะมาเยือนที่เซ็นแทรร์!

อีเว้นท์ธีมคริสต์มาสในแบบฉบับประเทศในยุโรป เช่น เบลเยี่ยมหรือฟินแลนด์ สามารถเอนจอยไปกับบรรยากาศและการตกแต่งในธีมคริสต์มาสภายในฮอลจัดงาน ไปจนถึงเมนูอาหารต่างๆ และการช็อปสินค้าหลากหลายภายในงาน

ระยะเวลา : ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายนถึงวันพุธที่ 25 ธันวาคมนี้
วันเวลาทำการ : วันธรรมดาตั้งแต่ 10.00 น. – 20.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ถึง 21.00 น.
สถานที่ : Chubu International Airport Terminal 1, 4 fl.

Nagoya Christmas Market 2019 supported by Good Speed (จ.ไอจิ)

จุดถ่ายรูปกับต้นคริสต์มาสความสูงกว่า 10 เมตร!

ปีนี้ที่งานเพิ่มไฟประดับให้สวยงามมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว ภายในงานอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารเลิศรสและเครื่องดื่มมากมายอันเป็นเอกลักษณ์ในเทศกาลคริสต์มาส มีตั้งแต่ไวน์ร้อนผสมเครื่องเทศที่เรียกว่า “Mulled Wine” เค้กคริสต์มาสของเยอรมันหรือ “Stollen Cake” ไปจนถึงอาหารท้องถิ่นของเยอรมันนานาชนิดให้ได้ลองลิ้มชิมรสชาติกัน

ระยะเวลา : ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคมถึงวันจันทร์ที่ 23 ธันวาคมนี้
วันเวลาทำการ : วันธรรมดาตั้งแต่ 15.00 น. – 20.30 น., วันเสาร์-อาทิตย์และวันสุดท้าย 11.00 น. – 20.30 น.
สถานที่ : Hisaya Odori Park Edion, Hisaya Plaza

Christmas Market in Hikari no Machi, Hakata 2019 (จ.ฟุกุโอกะ)

สถานีฮากาตะในหน้าหนาวคือยุโรปงั้นหรือ!? ช่วงเวลาและค่ำคืนแห่งความสุขอันแสนอบอุ่น!

ตลาดคริสต์มาสในบรรยากาศแบบยุโรป ตลาดที่มีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหารมากมาย ไปจนถึงสินค้าต่าง ๆ ทั้งไวน์ร้อน หรือของแฮนด์เมดเทศกาลคริสต์มาสที่นำเข้าโดยตรงจากยุโรป!

ระยะเวลา : ถึงวันพุธที่ 25 ธันวาคมนี้
วันเวลาทำการ : วันธรรมดาตั้งแต่ 16.45 น. – 23.00 น., วันเสาร์ 12.00 น. – 23.30 น., วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 12.00 น. – 23.00 น., วันศุกร์และวันก่อนวันหยุดนักขัตฤกษ์ 16.45 น. – 23.30 น.
สถานที่ : JR Hakata Station Square (Hakata Exit)

TENJIN Christmas Market 2019 (จ.ฟุกุโอกะ)

เมื่อลอดซุ้มประตูไปจะได้พบกับเทศกาลคริสต์มาสแบบยุโรป!

ภายในมีกระท่อมซานต้าที่ทำจากไม้เรียงรายกันอยู่ 100 กว่าหลังให้ความรู้สึกราวกับกล่องของเล่น นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศในตลาดพร้อม ๆ กับการชิมไก่อบและดื่มด่ำรสชาติของไวน์ไปด้วยกัน

ระยะเวลา : ถึงวันพุธที่ 25 ธันวาคมนี้
วันเวลาทำการ : วันธรรมดาตั้งแต่ 17.00 น. – 22.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 12.00 น. – 22.00 น.
สถานที่ : Fukuoka City Hall West Side, Fureai Plaza

Christmas Market Kumamoto 2019 (จ.คุมาโมโต้)

พื้นที่อันอบอุ่นอุดมไปด้วยร้านอาหาร! พร้อมสินค้าใหม่สุดฮิตหน้าหนาวที่คุมาโมโต้!

 

อีเว้นท์ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 กับงานฤดูหนาวครั้งใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ที่คุมาโมโต้ การประดับตกแต่งโดยใช้ไม้ไผ่หรือไม้จากท้องถิ่นล้วนเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดใจ เป็นสถานที่อันทรงเสน่ห์ที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์เฉพาะของคุมาโมโต้ ปีนี้ร้านรวงต่าง ๆ ทั้งอาหารไปจนถึงของฝากเพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วถึงสองเท่า

ระยะเวลา : ตั้งแต่วันพุธที่ 5 ธันวาคม ถึง วันพุธที่ 11 ธันวาคมนี้
วันเวลาทำการ : ตั้งแต่ 11.00 น. – 22.00 น. ※อาจแตกต่างกันไปตามวัน
สถานที่ : Hanabata Square, Symbol Promenade South Side

Kagoshima Christmas Market 2019 (จ.คาโกชิม่า)

เทศกาลที่น่าหลงใหลด้วยแสงสีเสียงอันสวยงาม!

เพลงคริสต์มาสดังคลอไปทั่วพื้นที่ภายในงานในฤดูหนาวของคาโกชิม่า นอกเหนือจากเมนูอาหารทั่วไปในเทศกาลคริสต์มาสอย่างเช่นเมนูไก่อบเนื้อนุ่มแล้ว ยังมีสินค้าอีกหลากชนิดให้ได้จับจ่ายเลือกซื้อมากมาย

ระยะเวลา : ตั้งแต่วันพุธที่ 5 ธันวาคม ถึง วันพุธที่ 11 ธันวาคมนี้
วันเวลาทำการ : วันธรรมดาตั้งแต่ 17.00 น. – 22.00 น., วันศุกร์ 17.00 น. – 23.00 น., วันเสาร์และวันก่อนวันหยุดนักขัตฤกษ์ 12.00 น. – 23.00 น., วันอาทิตย์ 12.00 น. – 22.00 น.
สถานที่ : Kagoshima Chuo Station (East Exit), AMU Plaza

ไม่ต้องไปไกลถึงยุโรปก็สามารถเพลิดเพลินกับตลาดคริสต์มาสที่ญี่ปุ่นกันได้นะคะ บรรยากาศไม่แพ้ประเทศแถบยุโรปเลย ใกล้จะคริสต์มาสแล้วใครที่อยู่ญี่ปุ่นลองไปเดินเที่ยวตลาดคริสต์มาสแบบนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กิจกรรมอื่น ๆ เลยค่ะ มีให้ทำหลายอย่างทั้งชิมชมช็อป รับรองว่าคริสต์มาสปีนี้ต้องไม่น่าเบื่อแน่นอน    สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

ซันชิน เครื่องดนตรีที่บรรเลงท่วงทำนองของโอกินาว่า

ถ้าเดินตามถนนคกคุไซโดริหรือตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของโอกินาว่า หลายคนน่าจะได้ยินเสียง “ซันชิน (三線)” เครื่องดนตรีพื้นเมืองของโอกินาว่าคลออยู่ในบรรยากาศ ซึ่งทำนองที่ขึ้นๆ ลงๆ ชวนให้นึกถึงภาพคลื่นทะเลก็ชวนติดหูอยู่ไม่น้อย แต่นอกจากนี้ ซันชินยังเป็นเครื่องดนตรีที่สามารถแทนวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของโอกินาว่าอีกด้วย ว่าแล้วก็เตรียมหูฟังให้พร้อม แล้วให้ซันชินเล่าเรื่องโอกินาว่าให้เราฟังกัน

ซันชิน เครื่องดนตรีที่อยู่คู่โอกินาว่า

ซันชินเป็นเครื่องดนตรีที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 โดยมีต้นกำเนิดจากจีน และแพร่หลายมายังอาณาจักรริวกิวซึ่งค้าขายกับจีน แล้วจึงถูกส่งต่อไปยังญี่ปุ่นในรูปแบบของชามิเซน (三味線) ที่เรารู้จัก ด้วยความที่ซันชินเป็นต้นแบบของชามิเซน จึงมีบางครั้งที่ซันชินถูกเรียกรวบไปว่าชามิเซนด้วยก็มี

แม้แรกเริ่มซันชินจะเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้เฉพาะในราชสำนัก แต่ต่อมาซันชินก็เป็นที่แพร่หลายในหมู่ชาวบ้านทั่วไป โดยนอกจากใช้ร้องเพลงบวงสรวงเทพในพิธีกรรมแล้ว ซันชินยังเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้ร้องเพลงปลอบยามเศร้า และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานรวมญาติมิตรหรือเวลาสังสรรค์

เช่นในอดีต หนุ่มสาวชาวริวกิวมักจะมารวมกันในวง “โมอาชิบิ (毛遊び)” หลังทำงานไร่ เพื่อพักผ่อนและสังสรรค์ รวมถึงบางครั้งอาจจะได้เจอคนที่ถูกใจด้วย โดยในวงอาชิบิที่ทุกคนจะมานั่งกิน คุย และเต้นรำกันนั้น จะต้องมีคนหนึ่งในวงที่ทำหน้าที่ดีดซันชินสร้างบรรยากาศเสมอ และแน่นอน คนที่ดีดซันชินจะไม่ได้มีเวลาไปคุยเล่นอะไรกับใครเพราะต้องคอยดีดเพลงให้เพื่อนๆ สนุกตลอดเวลา ที่น่าเศร้าก็คือ บางคนอาจจะทำหน้าที่ดีดซันชินมาตลอดเลยไม่ได้ไปหาคู่อย่างคนอื่นเขาจนตัวเองแก่เป็นลุงก็มี

ซันชินทำจากอะไรบ้าง?

เดิมทีตัวซันชินจะทำจากเนื้อไม้ตะโกโอกินาว่าที่มีความทนทานและเป็นที่ต้องการอย่างมากแม้ในปัจจุบัน โดยเนื้อไม้ตะโกที่ใช้มักมาจากต้นตะโกที่มีอายุมากกว่าร้อยปี เพื่อให้ไม้ต้นหนึ่งมีเนื้อมากพอที่จะทำซันชินได้หลายๆ เครื่อง อีกชิ้นส่วนสำคัญของซันชินคือส่วนโด (胴) ที่ขึงด้วยหนังงูเหลือมพม่าหรือเวียตนาม ซึ่งจะนิยมใช้หนังงูเหลือมแก่มากกว่างูที่ยังเด็ก และนอกจากนี้ ความไพเราะของซันชินจะขึ้นอยู่กับว่าใช้หนังส่วนไหนของงูด้วย แต่เพราะงูเหลือมเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์และซันชินที่ทำจากหนังงูเหลือมจะมีกลิ่นเหม็นจากน้ำมันในหนังงูอีกทั้งยังดูแลยาก ซันชินในปัจจุบันจึงนิยมใช้ผ้าใบที่พิมพ์ลายงูเหลือมแทน

sanshin

เครื่องดนตรีที่อยู่คู่โอกินาว่าในเวลาที่มืดมิด

นอกจากเครื่องซันชินที่เห็นขายทั่วแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ถ้าสังเกตดูเราจะเห็นซันชินที่ทำจากกระป๋องวางขายอยู่ด้วย ดูเผินๆ แล้วอาจจะเหมือนซันชินของเล่นเด็ก แต่จริงๆ แล้วซันชินที่ทำจากกระป๋องหรือ “คันคาระซันชิน (カンカラ三線)” กำเนิดขึ้นในช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุดของโอกินาว่า โดยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ชาวโอกินาว่าที่เหลือรอดจากยุทธการโอกินาว่าถูกกักตัวอยู่ในค่ายของทหารอเมริกา ชาวโอกินาว่าที่เผชิญกับความโหดร้ายของสงครามและถูกกักตัวไว้ในค่ายโดยไม่สามารถกลับบ้านของตัวเองได้นั้น ได้ใช้กระป๋องเปล่าในค่ายและไม้จากเตียงในค่ายมาทำซันชินขึ้นเพื่อร้องเพลงปลอบตัวเองและชาวโอกินาว่าด้วยกันจนผ่านช่วงเวลานี้มาได้

kankarasanshin
ซันชินทำจากกระป๋องที่หาซื้อได้ตามย่านร้านค้าทั่วไป

ลองมาฟังเสียงซันชินกัน!

ในเมื่อเราทำความรู้จักกับซันชินแล้ว เราลองมาฟังเสียงซันชินกัน

หลายคนน่าจะเคยฟังซันชินจากเพลง Umi no Koe (海の声) เวอร์ชั่นโฆษณา au ซึ่งโคฟเวอร์มาจากเพลงของวง BEGIN วงดนตรีชื่อดังของโอกินาว่า

 

แต่ถ้าอยากฟังเสียงเพลงซันชินแบบคลาสสิก ช่อง Yuna Tida ในยูทูปก็เป็นแชนแนลหนึ่งที่มีเพลงพื้นบ้านโอกินาว่าให้ตามฟังได้อย่างเต็มอิ่ม และเพลงที่ Yuna Tida เลือกมาเล่นนั้นนับว่าฟังง่ายแม้สำหรับคนรุ่นใหม่

นอกจากนี้ยังมีการนำซันชินไปโคฟเวอร์เพลงอนิเมะ ซึ่งอาจจะคล้ายกับเสียงชามิเซนแต่ก็มีเอกลักษณ์ในตัวไม่แพ้กัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้ซันชินจะดูเป็นเครื่องดนตรีที่เรียบง่าย แต่สำหรับคนโอกินาว่าแล้ว ซันชินเป็นเครื่องดนตรีที่เดินทางผ่านยุคสมัยร่วมกับคนโอกินาว่ามานานจนถึงตอนนี้ และทุกครั้งที่ซันชินถูกดีด เรื่องของโอกินาว่าก็จะยังถูกเล่าต่อไป    สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

ห้ามพลาด! 5 คาเฟ่ของหวานสไตล์ญี่ปุ่นแห่งย่านอาซากุสะที่ต้องไปลองสักครั้ง

ช่วงนี้ของหวานจากต่างประเทศอย่างแพนเค้กหรือชานมไข่มุกเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น แต่อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดแล้วคนมากมายก็ยังคงคุ้นชินกับรสสัมผัสของ “ความเป็นญี่ปุ่น” มากกว่าอยู่ดี ดังนั้นในวันนี้เราจะมาแนะนำคาเฟ่ที่ขายของหวานสไตล์ญี่ปุ่นในย่านอาซากุสะให้ทุกคนได้ไปลองกันค่ะ!

1. Yanagi Chaya

 

ร้านน้ำชา Yanagi Chaya เป็นร้านที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากสถานีอาซากุสะมากนัก ใช้เวลาเดินเพียงแค่ 5 นาที ร้านนี้เป็นร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องชาเขียว มีทั้งขนมญี่ปุ่นรสชาเขียวและชาเขียวที่ถูกชงอย่างพิถีพิถันให้ทุกคนได้ลิ้มลอง

 

เมนูขึ้นชื่อของที่นี่คือ “ทีรามิสุชาเขียว” ค่ะ ทีรามิสุเป็นของหวานที่ผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกันอย่างดี จึงกลายเป็นของหวานที่เป็นที่นิยมในหมู่คนหนุ่มสาวอย่างมาก

ที่อยู่ : 1 Chome-30-6 Asakusa, Taito, Tokyo
เบอร์โทรศัพท์ : 035-830-8317/035-830-8318

2. Asakusa Kagetsudo

 

จัมโบ้เมล่อนปังของร้าน Asakusa Kagetsudo ขายได้มากกว่าวันละ 3,000 อัน โดยปกติร้านหลักจะปิดทันทีที่ขายจัมโบ้เมล่อนปังหมด

 

นอกจากเมล่อนปังที่โด่งดังของทางร้านแล้ว บริเวณชั้นสองของร้านยังเปิดเป็นคาเฟ่ทีมีเมนูเด็ดคือชาเขียวและอันมิตสึ (ขนมหวานชนิดหนึ่งของญี่ปุ่น ทำจากวุ้น ถั่วแดง โม จิ ผลไม้สด และไอศกรีม)

ที่อยู่ : 2 Chome-7-13 Asakusa, Taito, Tokyo
เบอร์โทรศัพท์ : 033-847-5251

3. Suzukien Asakusa

 

ที่ร้าน Suzukien Asakusa มีไอศกรีมมากมายให้คุณเลือกสรร ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีอาซากุสะ สามารถเดินได้โดยใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ถึงแม้ว่าทางร้านจะไม่ได้มีพื้นที่ให้นั่งทานกับโต๊ะเหมือนคาเฟ่ทั่วไป แต่ก็มีม้านั่งให้บริการ

 

ไอศกรีมของทางร้านจะแตกต่างจากร้านทั่วไป เพราะคุณสามารถสัมผัสรสชาติของไอศกรีมชาเขียวที่เข้มข้นที่สุดในโลกที่นี่! หากใครชอบทานชาเขียวกันอยู่แล้วล่ะก็ไปลองร้านนี้กันได้นะคะ

ที่อยู่ : 3 Chome-4-3 Asakusa, Taito, Tokyo
เบอร์โทรศัพท์ : 033-871-0311

4. Funawa Cafe

 

Funawa Cafe เป็นคาเฟ่ที่มีหลายสาขา เช่น จิยูกาโอกะ ทาคาดะโนะบะบะ ฯลฯ และแน่นอน รวมไปถึงที่อาซากุสะด้วยเช่นกัน ร้านนี้เป็นคาเฟ่ขายขนมญี่ปุ่นดั้งเดิม!

 

 

หากพูดถึง Funawa Cafe ไม่ว่าใครก็ต้องนึกถึง “อิโมะโยกัง” (ขนมมันเทศกวนนึ่ง) หรือ “อังโกะ ทามะ” (ถั่วแดงปั้นกลม) นอกจากนี้ ยังมีพาเฟ่ต์และอันมิตสึแสนอร่อยให้ทุกคนได้ลิ้มลองกัน

ที่อยู่ : 2 Chome-19-10 Kaminarimon, Taito, Tokyo
เบอร์โทรศัพท์ : 035-828-2703

5. Kaminari Issa

 

Kaminari Issa เป็นร้านที่โดดเด่นในเรื่องน้ำชาเข้มข้นและของหวาน ร้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีอาซากุสะ ใช้เวลาเดินเพียง 10 นาที

 

เครื่องดื่มของร้านมีความพิเศษที่หาไม่ได้จากร้านอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น มัทฉะเบียร์ เป็นการผสมผสานกันอย่างแปลกใหม่ โดยการเทเบียร์ลงไปในชาเขียวเข้มข้น ไปลองดูกันได้นะคะ!

ที่อยู่ : 1 Chome-15-9 Hanakawado, Taito, Tokyo
เบอร์โทรศัพท์ : 036-802-7948

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? เล็งร้านไหนกันไว้บ้าง? มีคาเฟ่มากมายที่ขายของหวานหรือเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นมากมายในย่านอาซากุสะ อย่าลืมไปอุดหนุนกันนะคะ!          สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

โอเอซิสแห่งโตเกียว ! 7 สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โอคุทามะ

เดินทาง 2 ชั่วโมงจากใจกลางเมืองหลวงโตเกียว ทุกคนก็จะได้พบกับ “โอคุทามะ” โอเอซิสแห่งโตเกียว สถานที่ที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่มองไปได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ที่ที่ทุกคนจะต้องไม่เชื่อว่า นี่คือโตเกียวจริงเหรอ ?  วิวที่สวยจนต้องสงสัยว่าทำไมถึงสวยได้ขนาดนี้ ออกจากความวุ่นวายในเมืองมาสูดอากาศสดชื่นที่โอคุทามะกันค่ะ (ข้อมูลนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่โพสต์ อย่าลืมเช็คข้อมูลก่อนการเดินทางด้วยนะคะ)  สล็อตเว็บตรง

1. ทะเลสาบชิโระมารุ (白丸湖)

 

ที่แรกที่จะแนะนำ คือ ทะเลสาบชิโระมารุ เดินจากสถานีชิโระมารุเพียงแค่ 10 นาที หากมาในฤดูใบไม้ร่วง ทุกคนก็จะได้พบกับภาพน้ำสีเขียวมรกต ซึ่งเป็นน้ำจากเขื่อนชิโระมารุและใบไม้ร่วงสีส้มแดงที่ตัดกัน

ที่นี่มีกิจกรรมพายเรือคายัคด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเคยเล่นมาก่อนหรือไม่ก็ไม่ต้องกังวลเลย เพราะที่นี่เค้าจะสอนให้ตั้งแต่เริ่มแรก อีกทั้งน้ำที่ไหลจากแม่น้ำทามะยังนิ่งมาก ๆ จะมาพายเรือคายัคด้วยหรือจะแค่มาชมธรรมชาติเฉย ๆ ก็คุ้มมากแล้วค่ะ

2. หุบเขาอะคิกาวะ (秋川渓谷)

 

ที่ต่อไปมีชื่อว่า “หุบเขาอะคิกาวะ” ค่ะ หน้าร้อนสามารถมาเล่นน้ำในแม่น้ำ ปิ้งบาร์บีคิวสบาย ๆ ส่วนฤดูใบไม้ร่วงก็สามารถมาเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสี และจุดที่พลาดไม่ได้ของที่นี่คือ การแชะภาพกับสะพานอิชิบุเนะอันเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่ หรือจะถ่ายแค่วิวจากสะพานก็สวยมาก ๆ เลยค่ะ เดินทางจากโตเกียวไม่ไกลแถมเที่ยวได้ทุกฤดูอีกด้วย

นอกจากนี้ ใกล้ ๆ กันนี้มีออนเซ็นให้ผ่อนคลายร่างกายที่สามารถแช่ออนเซ็นไปพร้อมกับชมใบไม้เปลี่ยนสี อีกทั้งยังมีสปาเท้าบริการแบบฟรี ๆ ให้แช่เท้าสบาย ๆ ด้วยค่ะ

3. สะพานลอยน้ำมุกิยามะ (麦山の浮橋)

 

ที่ต่อไปที่จะแนะนำคือ “สะพานลอยน้ำมุกิยามะ” หรือเรียกอีกชื่อว่า สะพานถังเหล็กค่ะ ที่ชื่อนี้เพราะเหมือนว่าแต่ก่อนสะพานนี้สร้างขึ้นจากถังเหล็กนั่นเองค่ะ แต่ปัจจุบันสะพานทำจากยางไม้แล้ว

เวลายืนอยู่บนสะพาน จะให้ความรู้สึกเหมือนกับเราลอยอยู่บนทะเลสาบเลยค่ะ อีกทั้งเรายังสามารถเดินข้ามไปยังอีกฝั่งได้ด้วย แต่เวลาเดินบนสะพานก็จะมีความตื่นเต้นหน่อย ๆ เพราะสะพานจะสั่นโคลงเคลงเล็กน้อย ถ้าโชคดีก็อาจจะได้เห็นตอนสะพานเปิดด้วยนะคะ เพราะถ้ามีเรือแล่นผ่าน สะพานจะเปิดให้เรือผ่านชั่วคราว

4. น้ำตกมิทสึกามาโนะ (三ツ釜ノ滝)

 

มาต่อกันที่ “น้ำตกมิทสึกะมะโนะ” หนึ่งใน 3 น้ำตกย่อยของน้ำตกอุนาซาวะ ด้านนึงปกคลุมไปด้วยมอส ให้ฟีลลึกลับ น้ำตกไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ 3 ชั้น ดูขลัง มีพลัง และเงียบสงบมาก เป็นธรรมชาติที่สามารถสัมผัสได้แค่ที่โอคุทามะเท่านั้น

หากเดินต่อจากน้ำตกมิทสึกะมะโนะขึ้นไปอีกจะสามารถชมน้ำตกอีก 2 แห่ง โดยทางขึ้นไปชมน้ำตกอีก 2 แห่งจะเป็นทางขึ้นเขาที่เต็มไปด้วยธรรมชาติสีเขียว ถ้าอยากจะให้ร่างกายได้ออกแรง ออกกำลังหน่อย กิจกรรมเดินขึ้นเขาก็แนะนำเช่นกันค่ะ เพราะข้างบนจะได้เห็นวิวน้ำตกและธรรมชาติสวย ๆ ด้วย

5. หุบเขามิตาเกะ (御岳渓谷)

 

ที่ต่อมาคนไทยส่วนใหญ่น่าจะคุ้นหูกันค่อนข้างมากจากวรรณกรรมเรื่องข้างหลังภาพ หุบเขามิตาเกะนั่นเองค่ะ ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นสายน้ำที่ใสสะอาดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ความสวยงามที่ต้องไปดูให้เห็นสักครั้งในชีวิต แค่เห็นแม่น้ำใสสะอาดก็เหมือนจิตใจได้ชำระล้างแล้วค่ะ

 

เขามิตาเกะแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ คนญี่ปุ่นเชื่อว่าเขามิตาเกะมีเทพเจ้าปกปักรักษาอยู่ จึงทำให้ที่นี่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามตลอดทั้งปีและผู้คนสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหน อีกทั้งที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะเกียวคุโด ที่มีทั้งสวนญี่ปุ่น ภาพวาดญี่ปุ่น และอีกมากมายที่จะทำให้สัมผัสถึงกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นแท้ ๆ

6. ถ้ำนิปปะระ (日原鍾乳洞)

 

ที่ต่อไปที่จะแนะนำคือ ถ้ำนิปปะระ สามารถเดินทางมาได้ด้วยบัสจากสถานีโอคุทามะ ถ้ำนิปปะระแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องเป็นสถานหลบร้อน เป็นที่ที่มาได้ไม่ว่าจะฤดูไหน ภายในถ้ำมืด ๆ เย็น ๆ ราวกับอยู่อีกโลก ตกแต่งด้วยไฟหลากสีสัน ลึกลับอย่างกับอยู่ในโลกแห่งความฝัน จะเที่ยวชมถ้ำหินปูนแบบนี้ในโตเกียวก็มีแค่ที่นี่เท่านั้นนะคะ

7. ทะเลสาบโอคุทามะ (奥多摩湖)

 

ที่ต่อมาที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ทะเลสาบโอคุทามะค่ะ ที่นี่อุดมไปด้วยธรรมชาติอันเขียวขจี เป็นทะเลสาบที่กล่าวกันว่ามีความกว้างเกือบเท่าโตเกียวโดม ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูที่จะเห็นวิวของทะเลสาบโอคุทามะได้สวยที่สุด ใบไม้ที่ร่วงโรยสะท้อนภาพบนทะเลสาบนั้นสวยมาก ๆ ที่พิเศษกว่านั้นคือ เราสามารถมองเห็นวิวตอนกลางคืนของที่นี่สวยมาก ๆ เลยค่ะ ภาพดาวบนท้องฟ้าส่องประกายโรแมนติกสุด ๆ

เราอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกับชื่อโอคุทามะเท่าไร แต่ธรรมชาติที่นี่ก็สวยงามไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ อยู่ชานเมืองโตเกียว เดินทางไม่ไกลมาก มาเที่ยวญี่ปุ่นครั้งหน้าก็ลองมาผ่อนคลายหายเหนื่อยกับธรรมชาติในโอคุทามะ โอเอซิสแห่งโตเกียวกันดูค่ะ (ข้อมูลเดือนกันยายน 2019)